?ผอ.ศพช.สระบุรี ร่วมคณะติดตามถอดบทเรียนความสำเร็จตามโครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 พื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดชัยนาท?
วันที่ 10 สิงหาคม 2566 ที่จังหวัดสิงห์บุรีและจังหวัดชัยนาท
สถาบันการพัฒนาชุมชน โดย นายสมาน พั่วโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันการพัฒนาชุมชน มอบหมาย คณะทำงานติดตาม โดยนายทองคูณ บุญศร ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนสระบุรี นางปาริชาติ สุรบัณทิตวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยบริการ น.ส.ธวัลรัตน์ เดชบุญมา ผู้แทนจาากสำนักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน และนายสันติภาพ ศรีอภัย สังกัดสถาบันการพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่ถอดบทเรียนและติดตามครัวเรือนยากจนเป้าหมายตามฐานข้อมูลระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า(TPMAP) /ข้อมูลจากระบบ THAI QM /ครัวเรือนกลุ่มเปราะบางที่ประสบผลสำเร็จ โครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ณ จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดชัยนาท
ช่วงเช้า
คณะทำงานติดตามฯ เข้าพบ นายถวิล ยี่สุ้นแสง พัฒนาการจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อแจ้งวัตถุประสงค์ของการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการฯ
จากนั้น ลงพื้นที่ครัวเรือนเป้าหมาย จำนวน 3 ครัวเรือน ณ ตำบลประศุก อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ที่ประสบผลสำเร็จจากโครงการฝึกอาชีพประชาชนฯ ได้เข้าฝึกอบรมทักษะอาชีพการทำปลาส้ม(ปลาส้มกู้โลก) ได้แก่ น.ส.จันทิมา แซ่เต็ง นางสาวสุธิศา กะสินัง และนางสุพัตทา มิ่งสุข นางสุพัตทาฯ กล่าวว่า พื้นที่ในตำบลประศุก เป็นพื้นที่ใกล้แม่น้ำ ชุมชนมีแหล่งน้ำหลายแห่ง ทำให้มีปลาชุกชุมมากในพื้นที่ แต่ก็ไม่ได้มีตลอดปี จะมีเป็นตามฤดูกาล จึงมีความสนใจในการฝึกทักษะอาชีพการทำปลาส้ม เพื่อการถนอมอาหารและนำมาแปรรูปไว้บริโภคในครัวเรือน และสามารถแช่เก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน ถือเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างหนึ่ง รวมไปถึงสามารถลดรายจ่ายในครัวเรือนได้มาก เฉลี่ยเดือนละ 400-500 บาทต่อเดือน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมความสามัคคีของคนในพื้นที่ชุมชน เนื่องจากพอทำปลาส้มจำนวนมาก เกิดการแบ่งปันผลิตภัณฑ์กัน เป็นการแสดงความรักและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันของคนในชุมชน
นางสุพัตทาฯ กล่าวเสริมอีกว่า ขอบคุณกรมการพัฒนาชุมชน ที่นำโครงการดีๆ แบบนี้เพื่อพี่น้องประชาชน ก่อให้เกิดองค์ความรู้และต่อยอดเป็นอาชีพได้ โดยในอนาคตหากมีโครงการฝึกอบรมอาชีพประชาชนอีก คนในพื้นที่ชุมชนตำบลประศุก มีความต้องการฝึกอาชีพการทำปลาส้มฟัก เนื่องจากทำยาก และไม่ค่อยมีใครแบ่งปันเทคนิคและวิธีการทำ อีกทั้งยังอยากต่อยอดทำเป็นผลิตภัณฑ์ของฝากของดีตำบลประศุก หากถึงเทศกาลท่องเที่ยว จะได้นำมาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี หากนึกถึงปลาส้มฟัก ต้องเป็นปลาส้มของตำบลประศุกเท่านั้น
ครัวเรือนเป้าหมายที่ 2 และ 3 ได้แก่ น.ส.จันทิมา แซ่เต็ง และนางสาวสุธิศา กะสินัง ตามลำดับ ได้ให้ข้อเสนอแนะเป็นทางเดียวกันว่า ขอบคุณกรมการพัฒนาชุมชน ที่จัดทำโครงการฝึกอบรมทักษะอาชีพประชาชนฯ เนื่องจากเดิมทั้งคู่เป็นคนชอบทานปลาส้ม แต่ไม่เคยรู้กรรมวิธีการทำ และเทคนิคการกำจัดกลิ่นคาวปลา รวมไปถึงเทคนิคการทำปลาต่าง ๆ จนมีโครงการฯ นี้เข้ามา จึงเกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่เกิดขึ้น และได้แบ่งปันองค์ความรู้นี้ให้ผู้ที่สนใจในกรรมวิธีในการทำปลาส้ม
อีกทั้งในอนาคตอยากทำในรูปแบบของกลุ่มอาชีพโดยจะรวมกลุ่มกัน ในฤดูกาลที่ว่างเว้นจากการทำนา จะได้มีอาชีพเสริมและมีรายได้จากการจำหน่ายปลาส้ม
ช่วงบ่าย
ลงพื้นที่ ณ อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท เพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จ ครัวเรือนเป้าหมาย 2 ครัวเรือน ที่ประสบผลสำเร็จจากโครงการฝึกอาชีพประชาชนฯ ได้เข้าฝึกอบรมทักษะอาชีพการทำไข่เค็มพอกดินสอพอง ได้แก่ นางมณี เพ็งภู่และนางชูศรี เถกิงสรคันธุ์ โดยนางมณี ฯ กล่าวว่า ตนเองมีอาชีพเกษตรกรรมทำนาเป็นหลัก และเลี้ยงเป็ดพันธ์ุไข่ไว้จำนวนหนึ่ง พอเป็ดออกไข่มา ไม่มีความรู้จะนำไปทำอะไรนอกจากทำขนมไทยไว้ทานในครัวเรือน ประกอบกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหนองมะโมง ได้เข้ามานำเสนอโครงการฝึกอาชีพประชาชนฯ มาให้เลือก 9 อาชีพ ตนเองจึงมีความสนใจการทำไข่เค็ม เพราะมีความสนใจอยากแปรรูปไข่เป็ดและชอบทานไข่เค็ม แต่ไปซื้อในท้องตลาดมีราคาแพง จึงมีความคิดอยากลดรายจ่ายและประหยัด รวมไปถึงการมีองค์ความรู้ในการทำไข่เค็ม จะได้นำไปสอนคนอื่นๆ ที่สนใจเหมือนตนเองทำบ้าง ผลจากการฝึกอาชีพสามารถลดรายจ่ายในครัวเรือนได้เฉลี่ยเดือนละ 300-400 บาท เพราะเมื่อทำแล้วหากรับประทานไม่หมด จึงนำไปต้มให้สุก แล้วนำเก็บไว้ในตู้เย็นได้ สามารถยืดอายุของไข่เค็มไปได้อีก ในอนาคตอยากทำขาย ในตลาดชุมชนในหมู่บ้าน เพื่อเป็นรายได้เสริมของครัวเรือนต่อไป
นางชูศรีฯ กล่าวว่า หากมีโครงการฝึกอาชีพประชาชนฯ เข้ามาอีกในปีหน้า มีความต้องการฝึกอาชีพการทำไข่เยี่ยวม้า เพราะคนในครัวเรือน รวมไปถึงตนเองมีความชื่นชอบยำไข่เยี่ยวม้า จีงอยากจะทำเป็นอาชีพทำยำไข่เยี่ยวม้าขายในชุมชน และปัจจุบันการทำไข่เค็มในครัวเรือนก็ยังทำอยู่ เกิดประโยชน์ด้านลดรายจ่ายในครัวเรือนได้เฉลี่ย 200-300 บาทต่อเดือน นางชูศรีฯ ยังกล่าวเสริมว่า หลังจากฝึกอบรม มีคนในชุมชนสนใจมาขอสูตรการทำไข่เค็มพอกดินสอพองจากตนเอง เกิดความสุขใจ ที่ตนเองสามารถส่งต่อองค์ความรู้เพื่อเป็นวิทยาทานให้คนอื่นๆ ได้ต่อไป
นายทองคูณ บุญศร หัวหน้าคณะทำงานติดตามฯได้ให้คำแนะนำแก่ครัวเรือนเป้าหมาย ให้ต่อยอดเป็นอาชีพและสามารถทดลองนำสมุนไพรในชุมชนที่หาง่ายมาบดผสมเป็นวัตถุดิบในการพอกหรือใช้ใบเตยเพื่อทำให้ได้กลิ่นหอม ทำให้ไข่เค็มมีความหอมน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น สามารถเป็นจุดแตกต่างของผลิตภัณฑ์ เพื่อเจาะเป้าหมายกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่รักสุขภาพและชื่นชอบสมุนไพรและความหอม
สถาบันการพัฒนาชุมชน ขับเคลื่อนสนับสนุนการให้บริการ การฝึกทักษะด้านอาชีพระยะสั้น โดยมีศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน 11 แห่ง เป็นหน่วยในการให้การเรียนรู้และทักษะอาชีพระยะสั้นในลักษณะของ ” ศูนย์ฝึกอาชีพประชาชนเพื่อความยั่งยืน ด้วยแนวคิด ” Situation Base Learning” การฝึกในสถานการณ์พื้นที่จริงในชุมชน โดยการใช้จิตวิญญาณนำ และพัฒนาให้เกิดทักษะและสามารถสรุปเป็นสาระสำคัญได้ ทำให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดรายจ่าย สร้างงาน สร้างอาชีพจึงจัดทำโครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวัตถุประสงค์ เพื่อฝึกทักษะอาชีพให้ครัวเรือนยากจน สามารถรวมกลุ่มอาชีพ ในการลดรายจ่าย สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
?มิตรภาพเริ่มต้นที่นี่@ศพช.สระบุรี : พูดนิ่ม ยิ้มหวาน บริการดี เป็นมิตรไมตรีกับทุกคน?
……….
#ฝึกอาชีพประชาชน #พัฒนาคนทุกช่วงวัย #ตามหลัก #ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
#กรมการพัฒนาชุมชน #CDD #ChangeForGood #SEPtoSDGs #SDGforAll@Kmitl #WorldSoilDay #UNFAO #GlobalSoilPartnership
#ศูนย์ฝีกอบรมที่ดีมีมาตรฐาน #ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนสระบุรี
?ทีมข่าว ศพช.สระบุรี?
✌️Admin. กล้วยไข่หวาน??





















